banner2.jpg

Filler คืออะไร ? ใช่ซิลิโคนเหลวไหม?

 มีคนอ่านบทความนี้แล้ว : 721 ครั้ง

 วันที่อัพเดตล่าสุด : 16 November 2020

blogcover2.jpg
เลือกอ่าน
 
1. Filler คืออะไร ? ใช่ซิลิโคนเหลวไหม?

ฟิลเลอร์แท้ประกอบด้วยสาร hyaluronic acid 100% ไม่มีซิลิโคนหรือสารประกอบอื่นผสมเลย สารไฮยาลูรอนิกเป็นสารละลายที่พบได้อยู่แล้วในร่างกาย เมื่อจับกับน้ำจะอิ่มตัวและพองฟูขึ้น หากนำไปใส่ในครีมมักจะโฆษณาว่าช่วยให้ผิวฟูดูอิ่มน้ำ หากนำมาฉีดเข้าไปในผิวหนังจะอิ่มตัวจากน้ำในร่างกายและพองฟูขึ้น ดังนั้นเมื่อเติมฟิลเลอร์ไปร่องต่างๆจึงตื้นขึ้น หน้าดูอิ่มขึ้น ดูเด็กลง

 

สารไฮยาลูรอนิกเป็นสารที่ละลายน้ำ เมื่อเวลาผ่านไปจะค่อยๆละลายสลายไปเองจนหมด ฉีดฟิลเลอร์ครั้งหนึ่งจึงอยู่ได้นาน 6-12 เดือนไม่อยู่ถาวร ต่างกันกับซิลิโคนซึ่งไม่ละลายน้ำจึงอยู่ถาวรตลอดชีวิต

saveforweb_final_210324_7.jpg
141075228_183633196834055_17488155091757
 
2. Filler ช่วยให้หน้าเด็กได้อย่างไร ?

ในตอนเด็กเราจะมีไขมันที่ทำให้หน้าดูอิ่ม ดูเด็ก เรียกไขมันนี้ว่าเบบี้แฟต เมื่ออายุมากขึ้นเบบี้แฟตจะลดลงไปเองตามธรรมชาติ ทำให้เกิดร่องและความหย่อนคล้อย เช่น ร่องใต้ตา ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก เบบี้แฟตไม่ใช่ไขมันทั่วไปเป็นไขมันคนละชนิดกัน ดังนั้นถึงจะอ้วนขึ้นแต่ร่องแก้มร่องใต้ตาก็ยังเหมือนเดิม

 

การแก้ปัญหาที่ตรงจุดคือการหาบางอย่างมาทดแทนเบบี้แฟตที่หายไป ปัจจุบันนี้สารเติมเต็มที่ได้รับการยอมรับ ปลอดภัย และเห็นผลมากที่สุดคือฟิลเลอร์ การเติมฟิลเลอร์ทดแทนจึงช่วยย้อนวัยให้หน้ากลับไปดูเด็กอีกครั้ง

Filler-7cc.jpg
Filler-2cc.jpg
 
3. Filler ไหลเกิดจากอะไร ?

การฉีดฟิลเลอร์ที่ปลอดภัยและถูกวิธี ผู้ฉีดต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องกายวิภาค กระบวนการเสื่อมลงของผิว และคุณสมบัติของฟิลเลอร์ที่จะฉีดเป็นอย่างดี การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่การเติมลมยางที่ปั๊มลมเข้าเฉยๆให้หน้าอิ่มหน้าพอง แต่เป็นงานศิลปะที่ควบคู่ไปกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ต้องฉีดให้ถูก location ฉีดให้ถูกชั้น และฉีดให้ถูกปริมาณจึงจะสวย ปลอดภัย และเห็นผล

 

การฉีดฟิลเลอร์ที่ถูกต้องตัวยาต้องไม่ไหลหรือเคลื่อนที่ไปไหน ต้องวางสวยอยู่ที่เดิมเหมือนกับวันที่คนไข้เดินออกจากคลินิก ฟิลเลอร์ไหลเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ผู้ฉีดมีความรู้ความเข้าใจไม่มากพอทำให้ฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้น ลงเอยที่ฟิลเลอร์ไหลจากขมับไปกองที่แก้ม หรือเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ปลอม ถึงจะฉีดถูกที่ถูกชั้นแต่คุณสมบัติไม่เหมือนฟิลเลอร์จริง ความสามารถในการเกาะตัวกับใบหน้าก็จะผิดไปทำให้สารนั้นไหลเคลื่อนที่ไปจากจุดที่ต้องการได้

 
4.   Filler ยี่ห้อไหนทำให้หน้าเน่า ?

ผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ที่มักเห็นตามข่าวคือ ฉีดแล้วหน้าอักเสบติดเชื้อ บวมแดงผิดรูป เกิดได้จากหลายปัจจัย

  1. เกิดจากการรักษาความสะอาดไม่ดีพอขณะฉีดและหลังฉีดเสร็จ ทำให้มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไปตามรูเข็มและเกิดการอักเสบติดเชื้อตามมา

  2. เกิดจากผู้ฉีดฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด ทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนนั้นและหน้าเน่า ปัจจัยนี้หากผู้ฉีดมีความรู้ มีประสบการณ์ และระมัดระวังมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก

  3. เกิดจากสารที่ใช้ฉีดเป็นฟิลเลอร์ปลอม ไม่ใช่ไฮยาลูรอนิกแท้ 100% สารแปลกปลอมจึงไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบติดเชื้อได้ ปัจจัยนี้พบได้บ่อยเนื่องจากปัจจุบันมีการปลอมปนฟิลเลอร์เป็นจำนวนมาก
     

แนะนำให้คนไข้เลือกฉีดกับสถานพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ ได้รับการรับรองจากบริษัทยาว่าใช้ฟิลเลอร์แท้ และรับการรักษาจากคุณหมอที่เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ เพื่อป้องกันการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

 
5.   Filler ฉีดยังไงให้หน้าไม่ใหญ่ ?

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ไม่ใช่การเติมลมยางที่ปั๊มลมเข้าเฉยๆให้หน้าอิ่มหน้าพอง แต่เป็นงานศิลปะที่ควบคู่ไปกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ทั้งคุณหมอและคนไข้ต้องเข้าใจผลลัพธ์ที่ตรงกันก่อนทำการรักษา ไม่มีคนไข้คนไหนชอบหน้าใหญ่หน้าอูมอยู่แล้ว หากผู้ฉีดมีความรู้ความเชี่ยวชาญมากพอ การฉีดฟิลเลอร์ที่สวยและถูกต้องจริงๆนั้นไม่ทำให้หน้าใหญ่ขึ้นแน่นอน กลับกันสามารถฉีดฟิลเลอร์ให้หน้าเรียวขึ้นและดูเด็กลงได้ด้วย

 
6.   Filler vs เติมไขมันหน้า อันไหนดีกว่า ?

ปัจจุบันนี้การเติมเต็มใบหน้ามีหลายทางเลือก สองทางเลือกหลักที่เป็นที่นิยมคือการฉีดฟิลเลอร์และการฉีดเติมไขมันตัวเอง ทั้งสองวิธีเป็นการฉีดไปที่ใบหน้าเหมือนกัน อยู่ได้ชั่วคราวไม่ถาวรเหมือนกัน ต่างกันที่รายละเอียดข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี จึงขึ้นอยู่กับความชื่นชอบและความพร้อมของคนไข้

Filler.JPG
 
7. ถ้าออกกำลังกายหรือออกแดดแล้ว filler จะละลายไหม ?

หลังฉีดไปฟิลเลอร์จะค่อยๆสลายตัวไปเองอยู่แล้ว ใช้เวลาสลายตัวจนหมดประมาณ 6-12 เดือน แต่ถ้าร่างกายมีการเผาผลาญที่มากกว่าปกติหรือเกิดความร้อนมากขึ้น อัตราการสลายตัวของฟิลเลอร์ย่อมเร็วขึ้นตามไปด้วย การสลายของฟิลเลอร์คือความอิ่มฟูจะค่อยๆลดลงแต่ยังวางอยู่ที่เดิม ไม่ได้ละลายจนเหลวไหลไปที่อื่น

 

การออกกำลังกายอย่างหนักทุกวัน การแช่ออนเซ็นบ่อยๆ การอบซาวน่าบ่อยๆ เป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญมากขึ้น ผู้ที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ย่อมทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานไม่เท่าปกติ อาจเหลือ 4-8 เดือนขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคน ส่วนการออกกำลังกายเบาๆ ออกแดด อาบน้ำร้อน ไม่ส่งผลกับการเผาผลาญเท่าไหร่นัก จึงไม่ต้องกังวลว่าจะส่งผลกระทบถึงฟิลเลอร์

 
8. Filler ถ้าฉีดมาแล้วไม่ชอบ ต้องไปขูดออกเท่านั้นหรือ ?

ฟิลเลอร์แท้ถ้าคนไข้ฉีดมาแล้วไม่ชอบไม่ถูกใจไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม อย่าพึ่งตกอกตกใจร้องไห้ หรือรีบไปขูดออกให้เป็นแผล เพราะฟิลเลอร์แท้มียาที่สามารถฉีดสลายได้ 100%  ยาฉีดสลายนี้จะไปเร่งการละลายน้ำของฟิลเลอร์ ทำให้ฟิลเลอร์สลายหายไปทันทีหลังฉีด โดยไม่ต้องดูดไม่ต้องขูด เมื่อฟิลเลอร์สลายละลายน้ำไปแล้วร่างกายจะสามารถกำจัดได้เอง ดังนั้นถ้าคนไข้ไม่ชอบจุดไหนก็สามารถสลายได้ทันที แล้วจะฉีดฟิลเลอร์ใหม่ก็ได้หรือไม่ฉีดแล้วก็ย่อมได้

 
8. ถ้าจะไปศัลยกรรม ห้ามฉีด filler จริงหรือ ?

ในการศัลยกรรม ศัลยแพทย์จะต้องกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่อยู่บนเนื้อเยื้อบริเวณที่จะทำการผ่าตัดออกให้หมด รวมถึงถ้ามีฟิลเลอร์ที่อยู่บนเนื้อเยื่อเหล่านั้นด้วย การกำจัดฟิลเลอร์มีได้หลายวิธี 

 

  1. วิธีแรกที่คุ้นหูกันมากที่สุดคือการขูดออก โดยจะขูดออกระหว่างผ่าตัดเลย ข้อเสียคือถ้าขูดมากหลังผ่าตัดคนไข้จะมีความเขียวช้ำมากตามไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไข้จำนวนมากกังวล 

  2. วิธีที่สองคือการฉีดสลายฟิลเลอร์ ดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าฟิลเลอร์แท้สามารถฉีดสลายได้ 100% โดยจะต้องเผื่อเวลาล่วงหน้าก่อนวันผ่าตัดจริงอย่างน้อยหนึ่งเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าสลายหมดแล้วจริง

 
ดังนั้นถ้ามีแพลนจะทำศัลยกรรมหลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วสามารถทำได้ ถ้าเป็นคนละบริเวณกันอย่างเช่น ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วจะทำศัลยกรรมจมูก ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผลกระทบกัน แต่ถ้าเป็นบริเวณเดียวกันอย่างเช่น ฉีดฟิลเลอร์คางมาแล้วชอบมาก เปลี่ยนใจอยากทำศัลยกรรมเสริมคางถาวรเลย ก็ต้องรอให้ฟิลเลอร์สลายเองหมดก่อนหรือฉีดสลายฟิลเลอร์ที่เหลือให้หมดก่อนไปผ่าตัด เพื่อให้กระทบกับการผ่าตัดน้อยที่สุด

ตัวอย่างผลการปรับรูปหน้าด้วย Filler    โดยคุณหมอเจลลี่